เคล็ดลับวิธีดูแลผิวหน้าให้ขาวใสไร้สิว โดยไม่ต้องพึ่งหมอ


เคล็ดลับวิธีดูแลผิวหน้าให้ขาวใสไร้สิว


คนส่วนใหญ่หันมาให้ความใส่ใจในการดูแลสุขภาพของตนเองมากขึ้น "การดูแลผิวหน้า" จึงเป็นส่วนหนึ่งของการมีบุคลิกภาพที่ดี หนุ่มสาวในยุคปัจจุบันจึงพยายามทุกวิถีทาง เพื่อสรรหา เคล็ดลับความงามสารพัดแบบ ดังนั้นการดูแลผิวหน้าให้เหมาะกับสภาพผิวแต่ละประเภทและการรู้จักเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว จึงเป็นสิ่งที่สำคัญการดูแลผิวหน้าให้แลดูขาวใส ไร้สิว และมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น ก่อนอื่นมาดูกันว่าผิวของคนเรานั้นมีกี่แบบ แล้วควรดูและผิวหน้าอย่างไรถึงจะเหมาะกับสภาพผิวมากที่สุด ซึ่งสามารถแยกประเภทของผิว ออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้



ประเภทของผิวและเคล็ดลับดูแลผิวหน้า



1. ผิวธรรมดา (Normal Skin)


    ลักษณะผู้ที่มีผิวธรรมดา เป็นผิวที่มีความละเอียด และเรียบเนียน มีปริมาณไขมันที่พอเหมาะ มีความชุ่มชื่นและสดใส มีรูขุมขนละเอียด ผิวมีความยืดหยุ่นสูงไม่มีความมันเยิ้มบนใบหน้าและไม่แห้งตึง แม้กระทั่งหลังการล้างหน้าใหม่ ๆ จึงมักไม่มีปัญหา เป็นผิวที่ทุกคนปรารถนา

    การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ทำได้โดยการใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ที่ให้ความชุ่มชื้นเป็นประจำ ทำความสะอาดผิวหน้าด้วยโฟม หรือสบู่อ่อนๆ การดูแลผิวให้สะอาดและมีสุขภาพดีถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด อย่าใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม หรือมากเกินไป เพราะจะทำร้ายผิวมากขึ้น และในเวลากลางวันควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง

2. ผิวแห้ง (Dry Skin)


    ลักษณะผู้ที่มีผิวแห้ง สามารถสังเกตได้จากผิวหน้าจะเป็นขุยได้ง่าย  และแห้งตึง หลังการล้างหน้า ข้อดีคือ รูขุมขนละเอียด ดูเรียบ ไม่หยาบ ไม่มันเยิ้ม และจะมีปัญหาเรื่องสิวเสี้ยนและสิวอุดตันน้อยกว่าผิวชนิดอื่น ผิวหน้าจะแลดูผ่องสะอาด แต่ข้อเสียสำคัญคือ มักมีริ้วรอยก่อนวัย โดยเฉพาะบริเวณผิวบอบบางเช่น รอบดวงตา

    การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ควรทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูหนาว เนื่องจากความชื้นในอากาศจะน้อยลง ควรทาครีมบำรุงผิว เป็นประจำทุกครั้งหลังล้างหน้าหรืออาบน้ำ หลีกเลี่ยงน้ำอุ่นในการชำระล้าง หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ในการล้างหน้า เพราะจะทำให้สูญเสียน้ำมันที่ทำหน้าที่เคลือบผิวมากขึ้น ควรล้างหน้าวันละครั้งด้วยน้ำเปล่าจะดีที่สุด ยกเว้น ใบหน้าสกปรกมากก็อาจใช้ Cleansing Cream เช็ดทำความสะอาดก่อนแล้วตามด้วยขั้นตอนของการล้างหน้าด้วย ผลิตภัณฑ์อ่อนโยน และควรหลีกเลี่ยงสภาวะที่ทำให้เกิดความรุนแรงต่อผิว


3. ผิวมัน (Oily Skin)


     ลักษณะผู้ที่มีผิวมัน เป็นผิวที่มีรูขุมขนโตกว่าปกติ จึงมีการหลั่งน้ำมันออกมามากกว่าปกติ ผิวหน้าจึงดูหยาบ ไม่เรียบสวย เกิดการอุดตันและกลายเป็นสิวได้ง่าย โดยเฉพาะในวัยรุ่น ซึ่งฮอร์โมนเพศจะมีบทบาทมากในการกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน พบว่าวัยรุ่นเป็นสิวมากกว่าวัยอื่น ข้อดีของคนที่มีผิวมัน จะไม่พบปัญหาทางด้านริ้วรอยเหี่ยวย่นเหมือนกับคนผิวแห้ง การเกิดปัญหาสิวหรือสิวเสี้ยนที่พบนั้น ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ใช่สิว แต่เป็นลักษณะที่รูขุมขนขยายตัวและมีขนอ่อนแทรกขึ้น เมื่อแทรกหลายเส้นเข้าก็เกิดการรวมตัวของไขมันในบริเวณดังกล่าวจนแข็งเป็นเสี้ยนเล็ก ๆ สีดำ จึงเรียกกันว่าสิวเสี้ยน ซึ่งมักเกิดบริเวณ คาง จมูก และรอบปาก ฯลฯ เป็นต้น

    การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีน้ำมัน หรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์มากนัก ควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ที่อ่อนโยนต่อผิว ควรล้างน้ำด้วยน้ำอุ่น เพราะน้ำอุ่นช่วยละลายไขมันที่เกาะติดบนใบหน้า นอกจากนี้คนผิวมันจะมีรูขุมขนกว้างซึ่งเกิดจากการอุดตันและส่งผลให้เป็นสิวง่าย ควรใช้โลชั่นหรือน้ำยากระชับรูขุมขน (Toner) เพื่อช่วยลดความมันบนใบหน้าได้

4. ผิวบอบบาง-แพ้ง่าย (Sensitive skin)


    ลักษณะผู้ที่มีผิวบอบบาง – แพ้ง่าย จะไม่มีข้อบ่งชัดว่าเป็นอย่างไร มักพบว่าเกิดหลังจากการใช้เครื่องสำอางหรือใช้ยาทาบางชนิด แต่ในรายที่เป็นมากอาจมีผื่นแดง คัน หรือเกิดรอยไหม้ ผิวชนิดนี้ควรระมัดระวังการใช้เครื่องสำอางเป็นพิเศษ มักจะมีผิวแห้ง มีกรรมพันธุ์ของโรคภูมิแพ้ หรือเป็นภูมิแพ้ที่อวัยวะอื่น ๆ อยู่ก่อนแล้ว เมื่อถูกกระตุ้นด้วยสารเคมีก็จะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวได้ง่าย หากมีอาการแพ้เกิดขึ้น ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้นทุกตัว จากนั้นปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อทำการรักษาอาการที่เกิดขึ้น

    การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ควรใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวบอบบาง- แพ้ง่าย หรือ ผิวบอบบาง ซึ่งมักจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบแล้วว่าก่อให้เกิดการแพ้ต่ำ

5.ผิวผสม (Combination Skin)


    ลักษณะผู้ที่มีผิวผสม จะผสมผสานระหว่าง ผิวมัน จะอยู่บริเวณ T-Zone คือ บริเวณหน้าผาก จมูก และคาง ต่อมไขมันบริเวณนี้จะมีขนาดใหญ่ และทำงานได้ดีกว่าบริเวณอื่น ทำให้มีปัญหาเรื่อง สิว  ได้ง่าย ส่วนผิวแห้งหรือผิวธรรมดา จะอยู่บริเวณแก้มทั้งสองข้าง ทำให้เกิดปัญหาเรื่อง ผิวแห้งตึง เป็นขุย หลังการล้างหน้า บริเวณ แก้มทั้งสองข้าง

    การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ที่ช่วยในการปรับสมดุล ของผิวทั้งสองบริเวณให้ใกล้เคียงกัน หรือผลิตภัณฑ์ที่สามารถควบคุม ความมันและลดความมัน บริเวณ T-Zone  ได้ และไม่ทำให้ผิวบริเวณอื่นแห้งตามไปด้วย ทั้งนี้ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสภาพผิว ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพภูมิอากาศอีกด้วย


    นอกจากการดูแลผิวหน้าให้เหมาะกับสภาพผิวแต่ละประเภทและการรู้จักเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้เหมาะสมตามสภาพผิวในแต่ละประเภทแล้ว เรายังมีเคล็ดลับดี ๆ เพื่อให้ผิวหน้ากระจ่างใส 8 ประการ สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

8 วิธีดูแลผิวหน้าให้ขาวใสไร้สิว


อาหาร 5 หมู่ ดูแลผิวหน้าให้ดี

1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ 

การรับประทานอาหารครบ 5 หมู่และดื่มน้ำสะอาดที่ไม่เย็นหรือร้อนจนเกินไป อย่างน้อยวันละ 6 - 8 แก้ว เมื่อเราดื่มน้ำอย่างเพียงพอต่อร่างกาย ปัญหาผิวแห้งหรือผิวเป็นขุยจะหมดไป นอกจากนี้ยังทำให้ดวงตาดูสดใส ผิวอวบอิ่มไร้ริ้วรอยอีกด้วย  สำหรับสาว ๆ ทั้งหลายที่เป็นสิว ควรหลีกเลี่ยงของมันทุกชนิด แล้วเปลี่ยนมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ เช่น ผักสดและผลไม้ เป็นต้น อีกทั้งควรงดหรือลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือบุหรี่ เพราะจะทำให้ผิวพรรณขาดความสดใส และเกิดริ้วรอยหมองคล้ำได้ง่าย


ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ควรออกกำลังกาย อย่างน้อยวันละ 30 นาที จะสามารถช่วยให้คุณมีสุขภาพผิวที่ดีได้ ผุดผ่องสดใส เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล อีกทั้งยังทำให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงอีกด้วย ทั้งนี้ ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง อีกด้วย


ลดความเครียด หน้าใส

3. ลดสภาวะความเครียด

ความเครียดเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หน้าคุณหมองคล้ำ จงอย่าเครียดบ่อยนัก ค่อยๆ แก้ไขปัญหาอย่างมีสติ และพยายามทำใจไม่ให้เป็นทุกข์ การยิ้ม และการทำอารมณ์ให้ดีอยู่เสมอ มองโลกในแง่ดี จะช่วยลดความเครียดที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวได้ ทำให้หน้าใสได้


ล้างหน้าให้สะอาด

4. ทำความสะอาดผิวหน้า

เพื่อผิวสวยหน้าใส ควรล้างหน้าด้วยเลือกโฟมล้างหน้าให้เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง เช่น ถ้าเป็นคนผิวมัน ก็ควรเลือกใช้โฟมแบบออยล์คอนโทรล เป็นต้น และไม่ควรหน้าล้างเกินวันละ 2 ครั้ง เพราะจะทำให้ผิวหน้าขาดความชุ่มชื้นได้

ทาครีมบำรุงผิวหน้าทุกวัน

5. ทาครีมบำรุงผิวทุกครั้งหลังล้างหน้า

เพื่อเป็นการทดแทนความชุ่มชื้นที่สูญเสียไปหลังการล้างหน้า ในช่วงเวลากลางวัน ควรเลือกครีมที่มีส่วนผสมสารกันแดด ซึ่งจะมีสารป้องกันแสงแดดจากรังสียูวีในระหว่างวัน ส่วนในเวลากลางคืน ใช้สำหรับบำรุงผิวยามค่ำคืน นอกจากนี้การทำทรีทเม้นท์ผิวหน้า ยังมีส่วนช่วยฟื้นฟูและบำรุงพร้อมกัน การทำทรีทเม้นท์นั้นสามารถทำได้ด้วยตัวเอง เช่น การพอกหน้าด้วยไข่ขาว หรือ ดินสอพองผสมมะนาว เป็นต้น


สครับผิวหน้าเป็นครั้งคราว

6. การขัดหน้าหรือสครับผิวหน้า

ไม่ควรทำการขัดหน้าหรือสครับผิวหน้าบ่อยเกินไป แม้ว่าการขัดหน้าหรือสครับผิวหน้าจะทำให้รู้สึกถึงความสะอาดของผิว แต่การขัดหน้าหรือสครับผิวหน้าบ่อย ๆ นั้น จะส่งผลให้เกิดการกระตุ้นให้ผิวผลิตความมันออกมามากขึ้น และทำให้เกิดสิวได้ง่าย ควรทำการขัดหน้าหรือสครับผิวหน้า สัปดาห์ละ 2 ครั้ง


 เช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอาง

7. เช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางออกจากผิวหน้าทุกครั้งก่อนล้างหน้า

และไม่ควรเข้านอนโดยที่ยังไม่ได้ล้างหน้า เพื่อความปลอดภัยควรล้างมาสคาราหรืออายแชโดว์ ด้วยเครื่องสำอางค์ที่ปราศจากน้ำมัน ทั้งนี้เพื่อมิให้น้ำมันแทรกซึมไปตามผิวหนังส่วนอื่นๆ ซึ่งอาจกระตุ้นหรือระคายเคืองผิว นำไปสู่การกำเนิดสิวได้ง่าย สิ่งที่สำคัญคือ ควรทำความสะอาดแปรงแต่งหน้าเป็นประจำ สัปดาห์ละ 1 ครั้งหรือ เดือนละ 2 ครั้ง และไม่ควรใช้งานติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน


หลีกเลี่ยงแสงแดด ช่วยหน้าขาว

8. หลีกเลี่ยงแสงแดด

ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำหน้าแลดูหมองคล้ำง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแสงแดดที่แรงจัด แต่ถ้าหากจำเป็นต้องเผชิญกับแสงแดด ควรครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ก่อนออกจากบ้าน


    เป็นยังไงกันบ้างสำหรับเคล็ดลับดูแลผิวหน้าให้สวยใสไร้สิว ยังไงก็ลองเอาไปใช้กันดู โดยใช้ให้ตรงกับสภาพผิวของเราว่าเรา ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสม หรือว่าผิวแพ้ง่าย ดูแลผิวให้อ่อนวัยตั้งแต่วันนี้เวลาอายุมากขึ้นจะได้ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับริ้วรอยและผิวหน้าที่แก่ก่อนวัย หน้าขาวใสใครๆก็ชอบหรือว่าไม่จริง?

Share on Google Plus

About Untitle

บล็อกบทความสุขภาพ และความสวยความงาม สูตรหน้าใส รักษาสิว อาหารลดน้ำหนัก สูตรผิวขาว อาหารเสริม ขายเห็ดถั่งเช่าสีทอง 100% เชียงใหม่ฟาร์ม

0 ความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น